2006/Feb/27

วันนี้วันที่เท่าไหร่...กว่าจะนึกได้...คิดอยู่ตั้งนาน...คุณคงจะงงสินะ..ว่าฉันกำลังพูดถึงอะไรอยู่...สิ่งที่ฉันกำลังจะบอกคุณในวันนี้...คือเรื่องเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นเรื่องหนึ่งเรื่อง...ที่ทรงอิทธิพลต่อฉันมาจนถึงทุกวันนี้...

นาทีนั้น...ฉันไม่เคยลืม...วันเวลาที่ฉันโหยหาความสุขสมที่ทุกคนอยากจะพบอยากจะมี..อยากจะเห็น...ฉันเองก็เป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาที่รอคอยสิ่งนี้มานาน...แล้ววันนั้นฉันก็ได้มันมา...

เช้าวันหนึ่ง...วันที่สายลมกำลังโบกอย่างพริ้วไหว...ลมเบาๆ แผ่วผ่านกระทบกับโมบายดังกรุ๊งกริ๊ง..กรุ๊งกริ๊ง...บรรยากาศช่างน่านอนเสียเหลือเกิน...ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงเรียกของชายคนหนึ่ง...ที่ทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดทุกๆ เช้า...ด้วยเสียงที่ว่า...

"เก็บขยะด้วยค้าบบบ...ขยะมาให้เก็บแล้วค้าบบบ...ลุกเร็ว..ลุกเร็ว...เวลาไม่ค่อยท่า...ขยะมาไม่คอยใคร..."

โอ๊ย...อะไรกันเนี่ย...ฉันงัวเงียและบ่นเช่นนี้เหมือนเคย...ฉันรีบลุกจากที่นอนรีบวิ่งลงมาเอาถุงขยะที่วางไว้ข้างประตู...เปิดส่งให้ลุงเก็บขยะผู้นั้น..ลุงส่งยิ้มให้..และมักจะพูดกับฉันเสมอว่า...

"อรุณสวัสดิ์ครับ..ขอให้เช้านี้แจ่มใสนะครับ...เพราะว่าขยะได้ออกจากตัวคุณๆ ทั้งหลายแล้ว..ในวันนี้..."

แล้วก็เป็นอย่างนี้ทุกเช้า..คุณลุงคนนี้มักจะทักทายและยิ้มแย้มให้ฉันเสมอ...แต่ฉันกลับไม่คิดเช่นนั้น..ฉันกลับคิดว่า...ทำไมลุงถึงไม่มาเก็บขยะตอน 3 ทุ่ม 4 ทุ่มบ้างนะ...เช้าๆ ฉันจะได้ไม่ต้องตื่น...ก็เพลียเสียขนาดนั้น..เฮ้อ..ใครล่ะอยากจะลุกมาตอนเช้า...

หลายๆ คนแถวบ้านฉัน..มักจะเล่าให้ฉันฟังเสมอว่า..ลุงคนนี้แกชื่อ..ลุงชม...แกทำงานหลายอย่าง..เช้าๆ แกมักจะไปเก็บขยะตามบ้าน...เออ..ใช่ใช่ ฉันลืมบอกไปว่า...แกไม่ใช่คนเก็บขยะที่มาจากเทศบาลหรอกนะ...แกทำเป็นงานอดิเรก...แกบอกว่าชอบช่วยเหลือคน...แกว่าเวลาแกได้เก็บขยะแล้ว...แกจะอารมณ์ดี..เมื่อได้เห็นว่าขยะในแต่ละวันที่แกเก็บนั้นมีอะไรบ้าง...หลังจากนั้นสายๆ แกจะไปทำงาน..แกทำงานอยู่ในสำนักพิมพ์ฯ..อย่าคิดว่าแกจะดูหรูหราทำงานใหญ่โตอะไรหรอกนะ...อันนั้นมันนิยายเกินไป..แกเป็นคนสวนของบริษัทเท่านั้นเอง

ทุกวันนี้ฉันยังคงนึกสงสัยอยู่ในใจว่า...ทำไมลุงถึงต้องทำเช่นนี้...ในเมื่องานการแกก็มีทำอยู่...เอ...หรือว่าเป็นเพราะแกเคยทำอาชีพนี้มาก่อนจนแกตัดไม่ขาด...เคยมีคนลองถามแกนะ...แกตอบว่า...แกไม่ได้ยึดอาชีพนี้มาก่อน..แต่แกชอบจริงๆ ชอบเวลาที่ขยะ...ไม่มีใครสนใจ...

มีคำตอบหนึ่งที่แกเคยบอกฉัน...เมื่อฉันถามว่า...

"ทำไมลุงถึงมาเก็บขยะตอนเช้าๆ เช่นนี้ก่อนไปทำงาน...ไม่กลัวว่าเนื้อตัวจะเหม็น...หรือเหนื่อยเพลีย...บ้างหรือ"...

แกส่งยิ้มให้...ดวงตาแกเป็นประกาย ตอบว่า...

"ผมยินดีและปรีดาที่จะได้เห็นขยะที่คนเหล่านี้ไม่ใส่ใจ...อย่างน้อยๆ ก็ขอให้ได้มีคุณค่าในสายตาของผมบ้าง.."

พอแกเห็นฉันทำหน้างุนงงระคนสงสัย...แกก็เลยอธิบายต่อ...

"หนูรู้ไหม...ขยะพวกนี้เปรียบเหมือนอะไร...บางครั้งคนเราถามหาความเป็นไปของตัวเรา...หนูเคยหาเจอบ้างไหม...หนูเคยหาคำตอบได้ไหมว่าเรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร...ขยะเหล่านี้แหล่ะ...ให้คำตอบแก่ลุงเสมอ..."

แล้วแกก็ขอตัว..."วันนี้ลุงมีธุระ...ลุงขอตัวก่อนนะ.." แล้วแกก็เดินยิ้มจากไป...

เอ...แกหมายความว่าไงหนอ...ฉันได้แต่นึก...และเหลือบไปเห็นกระป๋องน้ำอัดลมที่บี้แบนอยู่กับพื้น...ฉันเดินไปหมายจะเก็บ...ใจหนึ่งฉุกคิด...นี่ ไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย...อีกใจหนึ่งเถียงกลับสั้นๆ ว่า...คนใจแคบ...เห็นแก่ตัว...โอ๊ย..ในหัวเราเป็นอะไรไปเนี่ย...ว่าแล้วก็ตัดสินใจเดินไปหยิบ...แล้วก็เขวี้ยงไปให้ลงถัง...ที่อยู่ไม่ไกล...เย้..ลงเสียด้วย.."แม่นเว่ย..." รำพึงถึงชัยชนะเล็กๆ ของตัวเอง...

ขณะที่กำลังเดินกลับบ้านนั้นเอง...ก็เห็นรถรับซื้อของเก่ากำลังต่อรองราคากับเพื่อนบ้านอยู่...ดูทีท่าว่าจะต่อรองกันไม่ได้...ท่าทางของเก่าของคุณป้าข้างบ้านจะมีมากมาย..และมีราคาเสียด้วย...แกถึงไม่ยอมปล่อยราคาสูงๆ ให้คุณป้าเลย...ขณะที่เถียงกันไปเถียงกันมา...ฉันก็มองไปที่รถที่เต็มไปด้วยของไม่ใช้แล้ว...ฉับพลันนั้นก็นึกขึ้นมาได้ถึงคำพูดของคุณลุงคนนั้น...

แต่ก็ยังตีปริศนาธรรมนั้นไม่ออกสักที...ขยะจะเกี่ยวอะไรกับชีวิตของเราเหรอ...

ทันใดนั้น...ฉันก็สะดุ้งโหยง...อยู่ดีดีก็มีมือมาแตะบ่าของฉันจากด้านหลัง...คุณลุงชมนั่นเอง...

"มาทำอะไรอยู่ที่นี่เหรอหนู..."

"อ๋อ...กำลังจะเข้าบ้าน...เห็นคุณป้าข้างบ้านกำลังต่อรองราคากันอยู่น่ะค่ะ..."

"...แล้วหนูล่ะ...มาขายด้วยเหรอ..."

"เปล่าค่ะเปล่า...หนูแค่เดินผ่านมาเฉยๆ แล้วคุณลุงล่ะค่ะ เมื่อกี้บอกว่ามีธุระ...เสร็จแล้วเหรอคะ..."

"อ๋อ ป่าวจ้ะ...ลุงไม่ได้ไปธุระแล้ว...ลืมไปว่า ลุงมีธุระทางนี้ก่อนน่ะ..."
"เดินไปด้วยกันไหมล่ะ"

"เอาสิคะ...นี่ก็ทางกลับบ้านของหนูพอดี...อ้อ..แล้วก็มีเรื่องจะถามคุณลุงด้วย"

"มีเรื่องอะไรเหรอ"...

"อ้อ...ที่คุณลุงพูดว่าอะไรนะ...ขยะบอกถึงความเป็นไปในชีวิตของเรา...มันเกี่ยวข้องกันยังไงเหรอคะ...หนูสงสัยมาตลอดทางเลยล่ะค่ะ..."

"อ๋อ...ยังไม่เข้าใจเหรอ..."

แล้วแกก็เงยหน้ามองฟ้า..พูดขึ้นว่า.."ได้ได้ แล้วลุงจะอธิบายให้เข้าใจ..."

คืองี้...หนูเคยสังเกตมั๊ยว่าความธรรมดาของมนุษย์อยู่ที่ไหน...หลังพระอาทิตย์หรือเปล่า?

ฉันส่ายหน้า...หลังเมฆก้อนนั้นหรือ...ฉันก็ยิ่งส่ายหน้า...

งั้นแล้วหนูว่าอยู่ที่ไหน?...

"หนูนึกไม่ออกหรอกค่ะ...คงอยู่ที่การใช้จ่ายแต่พอเพียง ไม่สุรุ่ยสุร่ายมั้งคะ...ถ้าเราไม่ใช้เงินเยอะ...เราก็จะดูติดดิน...ธรรมดา..."

อันนั้นมันเป็นผลที่เกิดขึ้นแล้ว...หนูควรหาสาเหตุก่อนนะ..."เอ..แล้วอยู่ที่ตรงไหนล่ะคะ..." "หาคำตอบจากสิ่งที่ใกล้ตัวเราก่อนสิ...ฟังให้ถ้วนทั่ว..แล้วจะรู้ว่าอยู่ที่ตรงไหน..." "ถ้างั้น...ของลุงอยู่ทีตรงไหนล่ะคะ..." ฉันถามกลับบ้าง..

"ของลุงเหรอ...ของลุงอยู่ที่ใจ...เคยได้ยินเสียงหัวใจเต้นมั๊ยล่ะ...นั่นล่ะ...ความธรรมดาของมนุษย์เริ่มต้นจากการฟัง...เราเริ่มได้ยินเสียงหัวใจเราเต้นมาก่อนเพียงแต่ว่า...สิ่งอื่นที่เราได้ยิน...มันกำลังทำให้เราลืมเสียงหัวใจที่เต้นอยู่...ถ้าหากจะเปรียบ..ก็คงจะเหมือนกับสิ่งรอบรอบตัวเรานี้แหล่ะ..ที่มารายล้อมเราอยู่จนทำให้ลืมตัวตนที่แท้จริงของเราไป...

แกพูดถึงตอนนี้...แววตาของลุงแกช่างเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมใจยิ่งนัก..."ถ้าเราใส่ใจที่จะหยุดฟังสักนิด...เราจะสามารถแบ่งโสตของเราให้มีหลายโสต...และพร้อมจะกั้นห้องหลายๆ ห้องไว้แบ่งทำคอนโดทางความคิด...หนูพอเข้าใจนะ..."

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับขยะล่ะคะ..." ฉันก็ยังคงสงสัยอยู่ดี...

"อ้อ...ขยะก็คือสิ่งรอบตัวที่เราเสพย์...เราได้มา..ก็ต้องทิ้งไป...ไม่ใช่แค่คนหรือสัตว์...สิ่งของก็ด้วย...บางครั้งเราเสพย์มากเกิน..ก็เหลือทิ้งน้อยหน่อย...บางครั้งเราเสพย์มาก...ก็เหลือมากมาย...แบ่งสรรกันไป...บางครั้งคนเราหงุดหงิดกับขยะในร่างกาย...แต่ลุงว่ามันยังไม่ร้ายเท่ากับขยะทางใจ...ที่ทำให้คนเราเกิดความโมโห...เพราะเราเสพย์ขยะทางใจมากไปนั่นเอง...

"อ้อ..แล้วยิ่งเป็นขยะที่นำมาใช้ได้...แสดงว่าคนยังเห็นคุณค่าของมันอยู่...ก็เหมือนกับชีวิตของคนนั่นแหล่ะ...เมื่อใดถูกคนรอบข้างผลัดทิ้ง...ถ้าเราไม่พิสูจน์...ไม่ทำให้เห็นคุณค่าในตัวของเราเอง...พูดง่ายๆ ก็คือเราไม่มุ่งมั่นจะความดีมากพอ...ก็จะไม่มีใครสนใจเรา...แล้วในที่สุดเราก็จะเปื่อยยุ่ยตัวเองลงไปไม่มีชิ้นดี...ในขณะที่ถ้าเราเป็นคนที่มีคุณค่าในตัวเอง...ต่อให้ไม่มีหนังสือเล่มใดเอ่ยชื่อถึง...ต่อไปก็จะมีคนถามหาเช่นนี้มากมาย...ต่อไป...

"..คิดดูละกันนะหนูนะ...อยากเป็นขยะแบบไหน..."

"อ้อ...มิน่าล่ะ...คุณลุงหาคำตอบให้กับชีวิตได้แล้ว..ซึ่งลุงก็คงมีความสุขมากๆ กับครอบครัวสินะคะ.."

"ใช่แล้วล่ะ... ลุงสุภาพกับทุกคนเสมอ...เรื่องราวความเป็นไปของชีวิตเรานั้น..มันวัดกันไม่ได้ในทางวัตถุนิยม......ไม่ได้ดูดีเฉกเช่นของที่ทิ้งในราคาเหยียบหมื่นเหยียบแสนเอาเสียเลย..

โธ่..ลุงก็มนุษย์ปุถุชนเฉกเช่นเดียวกับหนูแหล่ะ....เพียงแต่อยากให้รับรู้ก่อนที่วันใดวันนึงเราจะลืมบอกกับตัวเองได้บ้างว่า..เอ๊ะ..อันนี้ชอบ..เอ๊ะอันนี้ไม่ชอบ...ทุกอย่างกำหนดได้ด้วยใจจริงจริง"...

"ขยะ...หนึ่งชิ้น..เปรียบเหมือนสิ่งที่เข้ามาในชีวิต 1 เรื่อง...หากมีมาก...ก็รำคาญมาก..ยิ่งเน่าขึ้นเรื่อย-เรื่อย...หัวใจก็ยิ่งอับเฉา...เมื่อมีมากเข้ามากเข้า...ดังนั้น..หาให้เจอนะหนูนะ...ว่าขยะน่ะสำคัญไม่ต่างไปจากชีวิตของคนเราอย่างไร...ที่ลุงเล่ามาน่ะ...เป็นแค่มุมมองของลุงไม่ค่อยมีความรู้มากมายคนหนึ่งเท่านั้น...ที่เหลือก็แล้วแต่คนจะคิดล่ะ...หนูเอ๊ย..."

คราวนี้ลุงขอตัวก่อนจริงๆ ล่ะ...นึกขึ้นได้ว่าต้องไปรับลูกชายเสียหน่อย...แกจะได้ดีใจ.....งั้นลุงขอตัวก่อนนะ...

แล้วเขาก็เดินห่างไป ห่างไป...เรื่อยเรื่อย..ปล่อยให้ฉันได้แต่ยืนคิดเพียงลำพัง

++++++++++++++++++++

เฮ้อ....แล้ววันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่สามารถรับรู้ประสบการณ์อีกด้านนึงที่ไม่น่าเชื่อเลยว่า...จะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น...กับฉัน.....แค่ลุงหนึ่งคนที่ไม่ได้ดูมีการศึกษาอะไรที่สูงมากมายอ่ะไร..แต่ปรัชญาชีวิตที่แกให้กับฉันนั้น...มีคุณค่ายิ่งกว่าอะไรที่เคยได้ยินมา...

+++สิ่งเล็กๆในสายตาเรา...อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในสายตาคนอื่น+++

+++แคร์คนอื่นให้เหมือนที่เรากำลังแคร์ตัวเอง..++++

+++ฝากไว้ให้คิดจริง-จริง+++

----------------------------------------------


นิทานหิ่งห้อย - - เฉลียง

Comment

Comment:

Tweet


ชอบเพลงนิทานหิ่งห้อยมาก ๆ หาฟังยากด้วยค่ะ
#4 by ~ * ~ Sun Sun ~ * ~ At 2006-03-04 11:32,
เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยค่ะ

จริงๆด้วยนะคะ ความธรรมดา อยู่ใกล้ๆ
แล้วที่สำคัญ.. ทุกอย่างเริ่มต้นจากการฟัง...โดยเฉพาะเรื่องฟังเสียงจากหัวใจ

จะพยายามปัดขยะของหัวใจ

#3 by ~ C r e a m ~ At 2006-03-03 11:44,
ลุงเค้าท่าจะมีจิตใจดีจังเลยค่ะ....
หวังว่าจะอ่านกันรู้เรื่องน๊า....
#1 by :+: Took-thought-think :+: At 2006-02-27 21:22,